ฉันแต่งงานมา 3 ปีกว่าแล้วค่ะ  มาเรียนที่โรงเรียนนี้ก็พอ ๆ กัน เพราะเป็นความตั้งใจหนึ่งหลังจากแต่งงานที่ว่าจะหางานอดิเรกทำ  ซึ่งก็คือเรียนวาดรูป  สมัยก่อนแต่งงาน ฉันช่วยธุรกิจที่บ้านคือ ธุรกิจโรงแรมค่ะ  อยู่ที่พัทยา  ถ้ามีเวลาว่างก็วาดรูปอยู่บ้างเหมือนกัน แต่วาดไปตามใจอยากวาด ไม่ได้รู้ทฤษฎีหรือเป็นจริงเป็นจังอะไร 

มีเพื่อน ๆ หลายคนถามว่า จบคอร์สหรือยัง  เรียนมาก็นานแล้ว  รูปวาดก็เยอะ  ติดบ้านไปเรื่อย จนไม่มีผนังจะแขวนรูปแล้ว  ฉันได้แต่หัวเราะ  บอกว่ายังไม่จบหรอกจ้า  กะจะเรียนไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณครูจะไล่ออก ก็จริงนี่คะ  เพราะว่าฉันไม่เคยคิดจะวาดรูปเดิม  อยากวาดอะไรใหม่ ๆ ไปเรื่อยเปื่อย  แต่ละรูปก็ใช้เทคนิคแตกต่างกัน  ถึงรูปเดียวกันก็เถอะ  ถ้าวาดโดยคนละคน คนละความคิด คนละอารมณ์คนละแนวทาง  แต่ละรูปก็จะออกมาไม่เหมือนกันเลย  นอกจากนี้สำหรับฉันแล้วมีอะไรนอกเหนือจากนั้นอีก ตอนแต่งงานใหม่ ๆ ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เป็นการถาวร  ยังไม่มีงานประจำ  เพราะไม่รู่้ว่าจะทำอะไรดี  งานของสามีก็ต้องเดินทางบ่อย ๆ  ถ้าฉันไปสมัครทำงานที่ไหน  แล้วต้องลาเค้าบ่อย ๆ คงไม่ดีแน่  หรือถ้าเปิดบริษัทของตัวเอง  แต่ไม่ดูแล  บริษัทคงไม่เจริญก้าวหน้าแน่นอน  ก็คิด ๆ ไว้ว่าคงเป็นแม่บ้านอย่างเดียว  (ส่วนธุรกิจที่บ้าน  ที่ช่วยดูบัญชี ตอบเมล์รับจองห้อง  ถือว่าเป็นงานเล็กน้อย  ไม่นับแล้วกันนะคะ)  ส่วนจะหาอะไรทำนั้น  ก็แล้วแต่สถานการณ์ก็แล้วกัน  ด้วยสามีเป็นคนขยัน  ชอบทำงาน  วันธรรมดากว่าจะกลับบ้านก็ค่อนข้างดึก ฉันต้องหาวิถีที่จะอยู่ให้ได้โดยมีความสุข  ไม่เป็นภรรยาจอมวีน  

ฉันยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานเลยว่า  เพราะ ครูโต ม.ล.จิราธร จิรประวัติของฉันคนนี้นี่แหละ ที่ทำให้ชีวิตหลังแต่งงานของฉัน ซึ่งฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไงนั้น  ราบรื่น มีความสุขมาจนถึงทุกวันนี้  ครูโตเข้าใจชีวิตประจำวันของฉันดี  ช่วงวันธรรมดาอื่น ๆ ที่ฉันไม่ได้เรียนวาดรูป  ครูโตก็อนุญาตให้ฉันไปหา  พาฉันไปที่ต่าง ๆ ที่ครูได้รับเชิญบ้างหรือที่บ้านบ้าง  คอยช่วยงานครูเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น จัดดอกไม้ ถ่ายรูปอาหารลงหนังสือ  ทำให้ฉันไม่เหงา แถมได้กำไรชีวิต เรียนรู้งานด้านต่าง ๆ ที่ไม่เคยได้รุ้จักมาก่อน  นอกจากนี้  เราก็จะไปทานอาหาร ขนมอร่อย ๆ กัน  วันละหลาย ๆ มื้อ ระหว่างนั้น ก็ได้พูดคุยกัน ครูสอนฉันและน้อง ๆ ที่มาด้วยกันในเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องธรรมะ งาน การตลาด แฟชั่น สังคม ความรัก ครูเป็นศิราณีให้กับน้องบางคนที่ยังโสด  และมีปัญหาเรื่องความรัก  ส่วนสำหรับฉันก็เป็นเรื่องศิลปะการครองเรือนค่ะ  เพราะว่าแต่งงานแล้ว  เรื่องความใจร้อน ขี้น้อยใจของฉันซึ่งฉันไม่ทำกับใครนอกจากกับคนใกล้ชิด  อันได้แก่ สามีของฉันนั่นเอง  ครูโตก็จะคอยเตือนทำให้ฉันเย็นลง ได้ข้อคิด มุมมองอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มองแต่จากมุมตัวเองในขณะที่กำลังงอนอยู่จนกลายเป็นแง่ลบไปซะ  ซึ่งจริง ๆ แล้ว ฉันก็รู้แหละค่ะ  แต่แหม!  บางทีมันก็อดงอนไม่ได้นี่นา  “พี่แก้วจ๋า รู้แล้วก็ยอม ๆ กุ๊กหน่อยนะคะ”  

Comment

Comment:

Tweet

รูปสวยจังคะ

#4 By มันเผา on 2010-08-15 11:11

เป็นครูที่สอนมากกว่าศิลปะจริงๆด้วย!
จะมีโอกาสไปเรียนบ้างมั้ยนะ wink

#3 By Tide on 2009-12-24 22:13

อ่านแล้วอยากมีชีวิตคู่ซะแล้วสิครับพี่กุ๊ก ทั้งๆที่ผมยังหวงชีวิตโสด big smile Hot! sad smile

#2 By ♥ ช้างต้น on 2009-12-24 20:20

เรื่องนี้เขียนมาได้ปีกว่าแล้วค่ะ จนถึงปัจจุบันก็แต่งมาเกือบจะ 5 ปีแล้ว แต่ก็ยังไปเรียนวาดรูปอยู่นะคะ พร้อมทั้งเรียนศิลปะในการดำรงชีวิตกับครูโตเสมอค่ะ big smile big smile

#1 By pornpatr on 2009-12-24 11:32